การสร้างธุรกิจซอฟต์แวร์เมื่อ “โลกไม่เคยหยุดรอ”

ผมจำได้ว่าเคยอ่านบทความหลายๆบทความที่พูดถึงความสำเร็จของ  Silicon Valley ว่ามาจากสามปัจจัยคือ การที่มีคนที่มีความสามารถดมาอยู่ร่วมกัน  การที่ตั้งอยู่ใก้ลสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่ง และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Venture Capital) ซึ่งผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจซอฟต์แวร์หลายๆรายในสมัยนั้นก็มุ่งหน้าไปตั้งธุรกิจที่ Silicon Valley

แต่ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเข้ามาของ  Cloud Computing และ  Mobile Technology ทำให้การทำธุรกิจซอฟต์แวร์ในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป ถ้าจะนำสามปัจจัยนั้นมาใช้ในวันนี้อาจไม่เพียงพอ ถ้าผมจะตั้งบริษัททำซอฟต์แวร์ในวันนี้จะมีคำถามว่าผมต้องการอะไรสำหรับการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนไป ผมได้อ่านบทความ “Understanding Changes in the Software & Venture Capital Industries” ของ Mark Suster ที่ได้เล่าว่าตอนที่เขาตั้งบริษัทซอฟต์แวร์บริษัทแรกเมือ่ปี 1999 เขาต้องลงทุน $2.5  ล้านเหรียญสำหรับค่า Infrastructure และอีก  $2.5  ล้านเหรียญค่าใช้จ่ายโปรแกรมเมอร์ บริหารจัดการ และการตลาด ในเวลานั้น เขาต้องจ่ายไปกับค่า Server ของเครื่อง Sun Solaris, Web Server, Oracle Database และ EMC Storage แต่ในวันนี้ Mark มองว่าการเข้ามาของ Open Cloud อย่าง  Amazon นั้น ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องลงทุนด้าน Infrastructure ได้เปลี่ยนแปลงไปเพราะเราสามารถที่จะใช้  public cloud อย่าง  Amazon EC2 หรือ Amazon Cloud Storage(S3) แทนได้ จำนวนเงินที่จะใช้ในการลงทุนก็น้อยลง

Cloud Computing ได้เปลี่ยนแปลงธุรกิจซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่ในหลายๆเรื่องอาทิเช่น

  • IT Infrastructure จะเปลี่ยนแปลงอย่างมาก Applications  หลายๆอย่างที่เคยอยู่ภายในองค์กรจะถูกย้ายมาที่  public cloud
  • งานด้านไอทีบางอย่างจะหายไป และจะมีความต้องการแรงงานไอทีที่มีทักษะที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่
  • วิธีการพัฒนา การทดสอบ และการติดตั้งซอฟต์แวร์จะเปลี่ยนไปจากเดิม และจะมีการพัฒนาแบบโมดูลเพิ่มต่อมากขึ้น
  • การขาย License ของซอฟต์แวร์จะเปลี่ยนไป
  • Business Model ของธุรกิจซอฟต์แวร์จะเปลี่ยนไป
  • สถาปัตยกรรมของซอฟต์แวร์จะมีการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  • ข้อมูล (data volume) จะมีมหาศาล
  • จะเกิดตลาดใหม่ๆขึ้น
เมื่อพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผมต้องคิดว่าถ้าผมต้องการจะสร้างบริษัทซอฟต์แวร์และจะอยู่รอดในวันข้างหน้าผมต้องการอะไร ผมอาจไม่ต้องการคนเยอะ สถานที่ใหญ่ หรือลงทุนด้าน Infrastructure มากเหมือนเดิม แต่ผมอาจต้องการคนกลุ่มใหม่ การตลาดใหม่ และเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ที่อาจสรุปได้คร่าวๆว่า
  • ความจำเป็นเรื่อง Infrastructure คงน้อยลง ทั้งด้าน Hardware และสถานที่การทำงาน
  • ต้องการบุคลากรที่มีทักษะใหม่ๆ และเข้าใจเทคนิคการพัฒนาโปรแกรมแบบใหม่
  • วิธีการตลาดและการขายจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  • บุคลากรที่ต้องเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ
  • นวัตกรรมในตลาดใหม่เป็นเรื่องจำเป็น
เราคงต้องมามองกันอย่างจริงจังว่า ในอนาคตอีก 4-5 ข้างหน้าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จะเป็นอย่างไร หากเรายังนิ่งเฉยแลัวยังคิดว่าอุตสาหกรรมยังเหมือนเดิม เราก็เป็นเสมือนยักษ์ใหญ่อย่างโกดักที่ล้มลงเพราะยึดติด ผมคิดว่าเราคงแข่งขันในตลาดนี้ต่อไปอีกลำบากถ้าไม่ยอมเปลี่ยนแปลง คงถึงเวลาที่จะต้องสร้างอุตสาหกรรมภายใต้บริบทที่ว่าอุตสาหกรรมกำลังจะเปลี่ยนแปลง Building the Future Software Industry
ธนชาติ นุ่มนนท์
Software Park Thailand

Posted on มกราคม 10, 2012, in Uncategorized. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: