ประเทศไทยติดอันดับประเทศน่าดึงดูดในการทำ Outsourcing แต่ไม่มีอุตสาหกรรมด้านนี้

ใน Presentation แนะนำ Software Park จะมีเนื้อหาในส่วนของ IT Advisory ที่ทางเราจะพูดถึง Gartner ที่ระบุว่า “Thailand is one of the top 30 off shoring destinations (December, 2008)” จริงๆผมมีคำถามนี้อยู่ในใจตัวเองเสมอว่าจริงหรือ ?

แม้ว่าทาง Software Park จะได้ส่งเสริมเรื่องของการทำมาตรฐาน CMMI เพื่อทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทยได้รับการยอมรับระดับสากลมาโดยตลอด จนกระทั่งในปัจจุบันเรามีบริษัทซอฟต์แวร์ในไทยอย่างน้อย 38 บริษัทที่ได้มาตรฐานดังกล่าว และมีถึง 23 บริษัททื่ได้โดยร่วมโครงการ SPI@ease ของ Software Park ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในเฟสที่สองซึ่งทาง Software Park ได้ร่วมกับ SIPA โดยได้สนับสนุนให้บริษัทอีก 22 ราย เพื่อให้เข้าสู่มาตรฐาน CMMI ในระดับต่างๆ รวมถึง Level 5 แต่ถ้าพิจารณากันอย่างจริงจังแล้วเราก็เห็นว่าบริษัทซอฟต์แวร์ไทยจะรับงานด้าน IT Outsourcing จากต่างประเทศน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอย่าง อินเดีย จีน หรือแม้แต่เวียดนาม

ในช่วงนี้ทาง Software Park ก็ได้จัดคัดเลือกบริษัทไทยที่สนใจจะไปรับงานด้าน Outsourcing ที่ตลาดยุโรป (EU) โดยร่วมกับหน่วยงานที่ชื่อ CBI ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ทำหน้าที่การส่งเสริมการนำสินค้าและบริการจากประเทศที่กำลังพัฒนาเข้าสู่ตลาดอียู  สิ่งที่พบจากโครงการนี้ก็คือบริษัทที่เข้าร่วมและผ่านการคัดเลือกมีเพียงไม่กี่ราย และหลายบริษัทก็เป็น Product-based มากกว่าจะรับงาน Outsoucring อย่างจริงจัง

จนเมื่อเร็วๆนี้ผมไปได้อ่านรายงานฉบับหนึ่งเรื่อง “Global Services Location Index 2011” ของ AT Kearney ที่ระบุว่าประเทศไทยมีความสนใจในการเป็นแหล่งในการทำ Outsourcing อันดับที่ 7 ของโลก โดยประเทศที่เป็นอันดับหนึ่งคืออินเดีย ตามด้วย จีน มาเลเซีย อียิปต์ อินโดนิเซีย และ เม็กซิโก (ทั้งนี้ประเทศเราหล่นจากที่เคยเป็นอันดับที่ 4 เมื่อปี 2009)

หากพิจารณาจากลำดับคะแนนในภาพแล้ว เราจะเห็นได้ว่าการจัดลำดับเรืองนี้ได้มีการนำปัจจัยหลายๆด้านเข้ามาพิจารณาคือ ความน่าสนใจในการลงทุน  (Financial attractiveness)  ความสามารถและความพร้อมของคน (People skills and availabilty) และ สภาวะแวดล้อมเชิงธุรกิจ (Business Environment) ซึ่งหากพิจารณาจากคะแนนที่ประเทศไทยได้แล้ว จะเห็นว่าองค์ประกอบหลายอย่างเราอยู่ในเรื่องที่ดีกว่าประเทศคู่แข่งบางประเทศ เช่น เรื่องของคน เราอาจดีกว่า เวียดนาม ฟิิลิปปินส์ หรือเรื่องความสนใจในการลงทุน เราดีกว่า จีน และ มาเลเซีย  ซึ่งถ้ามองภาพรวมแล้วเราจัดอยู่ในลำดับที่ดีมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในโลก และเป็นรายงานที่ตอกย้ำว่าเราเป็น  Top Ten ของประเทศในโลกที่น่าดึงดูดสำหรับการทำ Outsourcing

แต่เมื่อมาอ่านในรายงานดูว่าแล้วประเทศไทยเรามีการลงทุนทางด้านอุตสาหกรรม Outsourcing จริงหรือไม่ ซึ่งที่พบในภาพข้างล่างที่แสดงอุตสาหกรรมด้าน Outsource ที่เกิดขึ้นจริงของประเทศที่ติด Top Ten  คือเราแทบไม่ใช่แหล่งในการลงทุนเลยไม่ว่าจะเป็น  BPO (Business Process Outsourcing), ITO (IT Outcsourcing) หรือ Voice (Call Center) พูดง่ายๆว่าจากในรูปเห็นเพียงอุตสาหกรรม IT Outsourcing เพียงเล็กน้อย ขณะที่ประเทศที่มีคะแนนความน่าสนใจต่ำกว่าเรากลับมีอุตสาหกรรมด้านนี้มากกว่า เช่นเวียดนาม (อันดับ8) มีการลงทุน ITO มากกว่าและยังมี BPO และ Voice ส่วนฟิลิปปินส์ (อันดับ 9)มีอุตสาหกรรม Outsourcing ที่ใหญ่มาก เป็นผู้นำทางด้าน Call Center (รายได้ $5พันล้านปี 2009) และBPO (รายได้ $7.2 พันล้านปี 2009) ซึ่งกำลังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของอินเดียที่มีอุตสาหกรรมด้านนี้ที่โตมาก

ผมกำลังอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ก็ได้คำตอบจากรายงานฉบับเดียวกันที่เขียนไว้ในหน้าที่ 16 ที่เขียนในหัวข้อที่ว่า What’s Holding Back Thailand and Indonesia? โดยได้ยกตัวอย่างกรณีที่ บริษัท Infosys ของอินเดียประกาศปิด BPO  Center ที่กรุงเทพเมื่อเดือนกรกฎาคม 2010 ปัจจัยสามอย่างที่รายงานระบุว่าเป็นปัญหาสำหรับการที่ไม่มีนักลงทุนต่างชาติมาทำอุตสาหกรรม Outsourcing ในประเทศทั้งสองคือ

  • ภาษา : ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าถ้าเราดูจากภาพข้างบน ประเทศจีนก็มีอุตสากรรมด้านนี้น้อยกว่าประเทศที่พูดภาษาอังกฤษอย่างฟิิลิปปินส์ ทั้งๆที่มีอันดับความน่าสนใจสูงมาก
  • สภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ : ปัญหาหลักของประเทศไทยที่ถูกระบุคือความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง
  • การสนับสนุนจากรัฐบาล : ประเทศทั้งสองยังขาดการสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐที่อาจมุ่งให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอื่นๆมากกว่า

ในรายงานระบุว่าถ้าประเทศไทยและอินโดนีเซียแก้ปัญหาข้างต้นได้ เราก็คงจะเห็นความสำเร็จของอุตสาหกรรม   Outsourcing ในประเทศทั้งสองเช่นเดียวกับกรณีของประเทศฟิลิปปินส์

ถึงเวลาหรือยังครับที่เราควรจะพิจารณาอุตสาหกรรมนี้ยังจริงจัง ในเมื่อประเทศเราเป็น  Top Ten ในสายตาต่างประเทศ เราก็ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมนี้ให้สมกับว่าเราเป็นประเทศ  Top Ten

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์

ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย

Posted on เมษายน 12, 2011, in Policy / Outlook. Bookmark the permalink. 1 ความเห็น.

  1. เรื่องภาษาผมค่อนข้างเห็นด้วยนะครับบางท่านเด่นเรื่อง IT มากๆ แต่เรื่องภาษาไม่ได้ทำให้พลาดโอกาศในหลายๆงานไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: