Cloud Computing กับผลกระทบต่อบริษัทและนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย

แนวโน้มของเทคโนโลยีืที่กล่าวขานกันมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือ Cloud Computing [รายละเอียดเพิ่มเติม บทความเรื่อง Cloud Computing ใน Wikipedia] นักวิเคราะห์จากค่ายต่างๆและองค์กรต่างๆก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก บริษัทวิจัยอย่าง Gartner ได้จัดให้ Cloud Computing เป็น Top IT Technology Trends 2011 ซึ่งนับเป็นปีที่สองติดต่อกันหลังจากที่ Gartner เคยจัดให้เป็นอันดับสองปี 2009 และอันดับหนึ่งปี 2010

กระแสความตื่นตัวเรื่องนี้ในบ้านเราก็มีอยู่มาก หลายๆหน่วยงานต่างให้ความสำคัญในเรื่องนี้ บริษัทไอทีค่ายต่างๆก็พูดถึงผลิตภัณฑ์ตัวเองที่เกี่ยวข้องกับ Cloud Computing ไม่ว่าจะเป็นด้าน Hardware และ Software ผมเองก็ได้ไปบรรยายในเรื่องของ Cloud Computingให้กับหน่วยงานและงานสัมมนาต่างๆบ่อยครั้ง ทาง Software Park ก็กำหนดให้ Cloud Computing เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เป็นกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และได้ร่วมมือกับหน่วยงานและบริษัทต่างๆในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้ให้กับผู้ประกอบการและนักพัฒนาซอฟต์แวร์

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทาง Software Park ร่วมกับบริษัท True IDC จัดสัมมนาให้ผู้บริหารบริษัทซอฟต์แวร์เรื่อง “Discover what cloud computing can do for your business?” และผมได้มีโอกาสบรรยายในหัวข้อเรื่อง “Cloud Computing: Changing the software business” [สามารถชมวิดีโอบันทึกการบรรยายย้อยหลังได้ทางเว็บ   knowhow.swpark.or.th]

Cloud Computing เป็นเรื่องที่ใก้ลตัวเรา ทั้งนี้ในปัจจุบันเราได้ใช้ซอฟต์แวร์ที่ให้บริการผ่าน Cloud กันอย่างมากมายอาทิเช่น Facebook, Gmail, Hotmail และ Dropbox ระบบซอฟต์แวร์เหล่านี้ทำงานอยู่บน Data Center ขนาดใหญ่ มีความเสถียรและสามารถยืดยุ่น (Elastic) ได้ตามจำนวนผู้ใช้งาน เปรียบเสมือนการใช้ไฟฟ้่าในบ้านหรือองค์กรขนาดใหญ่ได้ ที่เราไม่จำเป็นต้องมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเอง แต่เราสามารถมอบหมายหน้าที่การผลิตไฟฟ้านั้นให้กับการไฟฟ้า และเราจ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริง ซอฟต์แวร์ที่อยู่บน Cloud ก็เช่นกัน เราจะใช้ซอฟต์แวร์จากผู้ให้บริการโดยไม่ต้องมี Server หรือ Data center ในบ้านหรือองค์กรและจ่ายใช้ซอฟต์แวร์ตามการใช้งานจริง

Cloud Computing Cenceptual Diagram

บริษัทผู้ค้าไอทีต่างประเทศในบ้านเราส่วนมากจะนำมาเสนอโซลูชั่นที่เป็น Private Cloud เพื่อที่จะพัฒนา Data center ขององค์กรที่มีระบบไอทีขนาดใหญ่หลายแห่งเพื่อสามารถที่จะใช้ทรัพยากรไอทีได้อย่างเหมาะสม ทำให้เรามองว่าเทคโนโลยี Cloud Computing เป็นเรื่องไกลตัวเรา แต่จริงๆแล้วผู้ใช้ไอทีทั่วไปต่างก็ใช้โซลูชั่นที่เป็น public cloud กันอย่างหลากหลาย และในปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ต่างประเทศที่โฮสต์อยู่บนผู้ให้บริการที่เป็น public cloud เป็นจำนวนมากเช่นระบบอีเมล์หรือระบบ CRM.

ความเข้าใจผิดอีกประการหนึ่งคือ การทำระบบที่เป็น Cloud Server เทคโนโลยี Cloud Computing เหมือนกับ Web Hosting ทั่วๆไปหรืออาจจัดว่าเป็น Hosting 2.0. จริงๆแล้วระบบ Cloud Computing ไม่ใช่แค่ Web Hosting หรือแค่การทำ Virtualization แท้ที่จริงแล้วผู้ให้บริการระบบ Public Cloud Computing มักจะเป็นบริษัทไอทีรายใหญ่เช่น Google, Amazon, IBM และ Microsoft ส่วนในบ้านเราที่เห็นระบบใก้ลเคียงที่สุดในเวลานี้ก็คือ True IDC ทั้งนี้ผู้ที่จะให้บริการ Cloud จะต้องคำนึงถึงเรื่องของ Redundancy, Elastic และการคิดบริการแบบ Pay per use หากพิจารณาผู้ให้บริการ public cloud ในปัจจุบันเราจะเห็นอยู่สามกลุ่มคือ

  • Infrastructure as a service (IaaS) ที่จะมีผู้ให้บริการอย่าง Amazon ที่เราสามารถใช้บริการ Server ที่ผ่าน Amazon Web Services (AWS) ที่ชื่อ EC2 หรือระบบ Storage ที่ชื่อ Amazon S3 ทั้งนี้ Amazon ได้นำ Infrastructure ของตัวเองมาให้บริการดังกล่าว โดยทาง UBS Internet research คาดการณ์ว่าปีที่แล้วทาง Amazon มีรายได้จากการบริการบนCloud ถึง 500 ล้านเหรียญและคาดการณ์ว่าภายในปี 2014 จะมีรายได้ในส่วนนี้ถึง2.5 พันล้านเหรียญ
  • Platform as a Service. (PaaS) ที่เป็นบริการให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์พัฒนาโปรแกรมได้โดยใช้ Platform ที่มีอยู่เช่นบริการของ Google App Engine ที่นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรม Java หรือ Python แล้วโฮสต์โปรแกรมบน Server ของGoogle ได้โดยมีค่าบริการตามจำนวน Transaction หรือ Data storage [ดูรายละเอียดค่าบริการ] ผู้ให้บริการอื่นๆที่เป็น PaaS ก็มีอย่าง Salesforce และ Microsoft Windows Azure
  • Software as a Service (SaaS) เป็นบริการบน Cloud ที่ใก้ลตัวเรามากที่สุด ปัจจุบันมีบริษัทไอทีหลายแห่งให้บริการซอฟต์แวร์ในลักษณะนี้เช่น Google มีระบบ Google Apps ที่ให้บริการระบบ E-mail, Calendar และ Office ผ่าน Cloud  โดยคิดค่าบริการหน่วยงานที่มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า50 คนขึ้นไปในราคา$50/คน/ปี ทำให้บริษัทอย่าง Microsoft ต้องออกบริการที่คล้ายกันที่ชื่อ Office 365 ที่คิดค่าบริการ Mail (Microsoft Exchange) และ Microsoft Office บนเว็บ ในลักษณะค่าบริการต่อผู้ใช้/ปี [ดูรายละเอียดค่าบริการ] นอกจากนี้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่รายอื่นๆต่างก็เริ่มให้บริการในลักษณะเช่น Oracle ก็มีบริการ CRM on demand นอกเหนือจากซอฟต์แวร์ CRM เดิมที่เป็นlicensing model ซึ่งผู้ซื้อต้องจัดหาเครื่องServer เพิ่มเติม

นอกเหนือจากCloud computing เราจะเห็นได้ว่าแนวโน้มเทคโนโลยีที่ทำให้เห็นว่าแนวโน้มของการพัฒนาซอฟต์แวร์ในอนาคตจะมีประเด็นต่างๆที่สำคัญคือ

  • web as a platform. ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่จะรันผ่านเว็บBrowser โดยจะต้องมีเครื่องServer ขนาดใหญ่ในการที่จะรองรับผู้ใช้ที่มีจำนวนมากขึ้น
  • OS/Device dependent ผู้ใช้ซอฟต์แวร์จะเรียกใช้จากอุปกรณ์ที่หลากหลายซึ่งอาจจะเป็น smartphone, tablet หรือพีซีที่มีระบบปฎิบัติการที่ต่างกัน
  • Software as a Service  รูปแบบธุรกิจซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนจาก Product based เป็น Service based และเรื่องโมเดลการคิดค่าซอฟต์แวร์ที่เป็น License based กำลังเปลี่ยนเป็น subscription based หรือ SaaS ที่ผู้ผลิตซอฟต์แวร์จะคิดค่าบริการตามการใช้งาน

ตัวอย่างของประเทศที่กำหนดกลยุทธ์เรื่อง Cloud Computing  อย่างจริงจังประเทศหนึ่งคือไต้หวันทีต้องการปรับเปลี่ยนประเทศที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ที่เคยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาsemiconductor มาสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมทางด้านSoftware และ Services สิ่งที่ทางไต้หวันให้ความสำคัญก็คือการมุ่งเน้นพัฒนาและวิจัยทางด้าน Cloud Computing โดยได้กำหนดกลยุทธ์ที่เรียกว่า 4C ในการมุ่งเน้นการพัฒนาด้าน Software และ Services ดังภาพ

  • Cloud Devices หมายถึงการพัฒนาและวิจัยอุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้บริการ Cloud ซึ่งอาจเป็น Smartphone, Tablet หรือ Notebook
  • Connectivity หมายถึงการพัฒนาระบบ Internet ที่จะเชื่อมไปยัง Cloud ซึ่งอาจเป็นระบบ3G/4G, Broadband หรือ WiMax
  • Cloud หมายถึงการพัฒนาและวิจัย Cloud Data Center ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เช่น Cloud OS
  • Commercial หมายถึงการสร้างโซลูชั่นที่เป็น Cloud Services ซึ่งอาจจะเป็นบริการของภาครัฐ(G-Cloud) การศึกษา (Edu-Cloud) สาธารณสุข (HC-Cloud) หรือสำหรับ SME

ในมุมมองของ Software Park ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยจำเป็นจะต้องปรับเพื่อให้ก้าวทันกับเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจซอฟต์แวร์ที่กำลังจะเปลี่ยนไป ทั้งนี้ระบบนิเวศน์ของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภายใต้เทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่จะมีโครงสร้างดังแสดงในภาพข้างล่าง โดยจะประกอบด้วย

  • ระบบData Center ขนาดใหญ่ที่ใช้ในการโฮสต์ซอฟต์แวร์ต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นผู้ให้บริการที่เป็น public cloud ที่อยู่ต่างประเทศหรือในประเทศ และอาจเป็นองค์กรที่มี private/hybrid cloud
  • ผู้ให้บริการ Platform หรือ Web Services / API สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จะมาพัฒนาโซลูชั่นในการต่อยอดเช่น Google App Engine หรือ Facebook API
  • Applications ที่เป็น Cloud Services ซึ่งเป็น SaaS เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ทั่วไปเช่นโปรแกรมอีเมล์ โปรแกรมสำนักงานโดย Application เหล่านี้จะโฮสต์อยู่บน Data Center
  • Cloud Devices คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียก Applicationsที่เป็น Cloud Services

แนวคิดของ Software Park จากรูปข้างต้นคือต้องเร่งพัฒนาให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถที่จะเขียน Applications ที่เป็น SaaS ให้ได้มากขึ้น เพื่อพร้อมที่จะแข่งกับผู้พัฒนาที่เป็น International Cloud Application โดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องเป็นผู้ใช้หรือผู้ซื้อ public PaaS, public API โดยอาจต้องพร้อมที่จะติดตั้ง Application ที่พัฒนาขึ้นบน Public Cloud ต่างๆเช่น Google, Microsoft, Amazon หรือ Local public cloud  ดังแสดงในรูปข้างล่าง

หากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยมีความสามารถในการพัฒนา Cloud Application ได้มากขึ้นจะเป็นการทำให้ผู้ใช้ไอทีภายในประเทศสามารถหาซอฟต์แวร์ที่ใช้ได้ในราคาที่ถูกลง และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศแล้ว ยังเป็นโอกาสในการส่งออกได้มากขึ้นเพราะโมเดลของ Cloud Computing ทำให้ผู้ซื้อซอฟต์แวร์ที่ีอยู่ทั่วโลกสามารถเลือกใช้ซอฟต์แวร์ผ่านอินเตอร์เน็ตโดยที่ผู้ให้บริการอยู่ที่ใดก็ได้

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์

ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย

About these ads

Posted on เมษายน 15, 2011, in Policy / Outlook. Bookmark the permalink. 2 ความเห็น.

  1. หลักการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมจะมีผลกระทบต่อโปรแกรมที่เราสร้างขึ้้นอย่างไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: